หน้าแรก   ประกาศ ฟรี !   ประกาศทั้งหมด   สมัครสมาชิก   ติดต่อลงโฆษณา 
สถิติการใช้งาน
อัพเดทใหม่วันนี้ 1219 รายการ
ประกาศทั้งหมด 54901 รายการ
สมาชิกทั้งหมด 10090 คน
สมาชิกเข้าระบบ
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
 
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
หมวดหมู่ข่าว
  ประชาสัมพันธ์
  ข่าว SME
หมวดหมู่ประกาศ
กล้อง อุปกรณ์ถ่ายภาพ (705)
การศึกษา (1971)
กีฬา (562)
เกมส์ ของเล่น (838)
คอมพิวเตอร์ (2737)
เครื่องใช้ไฟฟ้า (2430)
เครื่องดนตรี (579)
ของสะสม ของเก่า อดิเรก (836)
ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง (1108)
ตั๋ว บัตร (155)
ท่องเที่ยว ทัวร์ ที่พัก (2182)
ธุรกิจ งาน (7994)
นาฬิกา จิวเวลลี่ เครื่องประดับ (1836)
บันเทิง เพลง ดนตรี (443)
เฟอร์นิเจอร์ (1543)
แฟชั่น เสื้อผ้า (4645)
มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร (1098)
แม่และเด็ก (662)
รถ ยานพาหนะ (3140)
ศิลปะ หัตถกรรม ของที่ระลึก (1029)
เสริมสวย สุขภาพ (8771)
หนังสือ (291)
อสังหาริมทรัพย์ (4200)
อาหาร (1070)
อุตสาหกรรม เครื่องจักร (3262)
อุปกรณ์สำนักงาน (803)
อื่นๆ จิปาถะ (11)

ลิ้งเพื่อนบ้าน



Tag
Parttime part time กระเป๋า ขายส่ง งาน งาน Part time งานpart time งานคีย์ข้อมูล งานทำที่บ้าน งานผ่านเน็ต งานพิเศษ งานออนไลน์ งานอิสระ งานเสริม ทำงานที่บ้าน ทำงานเสาร์-อาทิตย์ ธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจเสริม ราคาถูก รายได้ดี รายได้พิเศษ รายได้เสริม ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก หางาน อาชีพเสริม อาหารเสริม เสื้อผ้า แฟชั่น
 ข่าว SME
ไต้หวันเสนอจับมือไทยพา“โอทอป”รุกตลาดโลก (อ่าน 1253)

 “ไต้หวัน” เจ้าพ่อ SMEs ด้านเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และไอซีที แนะ SMEs ไทยให้ผงาดขึ้นมาในยุคหลังวิกฤตการเงินโลก ด้วยการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการตลาดระดับภูมิภาคเอเชีย พร้อมเสนอสร้างความร่วมมือกับไทยอย่างครบวงจรเพื่อยกระดับศักยภาพการขยายตัวในตลาดโลกซึ่งไต้หวันประสบความสำเร็จอย่างสูง ทั้งนี้ เป็นการนำเสนอบนเวทีสัมมนาของงาน THAILAND SME EXPO 2010 ซึ่งจัดโดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2553
       
       ดร. กวอน จี ลี ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไต้หวัน (SMEA) นำเสนอในการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “แนวโน้มยุคหลังวิกฤตเพื่อการเติบโตอย่างรุ่งเรืองของ SMEs ในเอเชียตะวันออก” โดยชี้ว่า SMEs ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่สามารถขยายตัวไปในตลาดระหว่างประเทศ จะพบทั้งโอกาสและปัญหาความท้าทายปรากฏอยู่ในสภาพแวดล้อมของตลาดโลกยุคหลังวิกฤตเศรษฐกิจ ดังนั้น การสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติจะเป็นปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญยิ่ง
       
       ทั้งนี้ ดร. ลี แห่งไต้หวัน เสนอแนวทางความร่วมมือระหว่างไทยกับไต้หวัน ซึ่งโดดเด่นและมีโอกาสที่จะสร้างประโยชน์แก่ SMEs ได้อย่างมาก ใน 4 ด้านคือ การร่วมมือกันเพื่อบริหารจัดการวิกฤตการณ์ การร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น (สินค้าโอทอป) การสนับสนุนกันและกันในการบ่มเพาะผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบในระดับภูมิภาค การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในระหว่างกัน
       
       ร่วมมือส่งเสริม‘โอทอป’รุกตลาดโลก
       ความร่วมมือในเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น (ผลิตภัณฑ์โอทอป) เป็นประเด็นที่เน้นมาก เพราะมีความเป็นรูปธรรม เริ่มงานและเห็นผลเร็วโดยไต้หวันจะสนับสนุนไทยใน 3 โปรแกรม1.แนะนำการรุกตลาดโลก ประกอบด้วย การดึงเข้าร่วมงานนิทรรศการระหว่างประเทศ การให้คำแนะนำด้านการออกแบบตราสินค้า (Brand Design) และการดึงเข้าร่วมสัมมนาระหว่างประเทศเกี่ยวกับสินค้าโอทอปโดยจะมุ่งใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรท้องถิ่น กระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อขยายมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมท้องถิ่น
       
       2.ส่งเสริมการทำตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วยการวางจำหน่ายสินค้าในร้านขายสินค้าโอทอปของไต้หวันที่กระจายทั่วไต้หวัน การนำเสนอสินค้าบนเว็บไซต์ OTOP Cultural Industry ของไต้หวัน จะมีการแนะนำในเรื่องการบริหารตราสินค้า (OTOP Brand Management) ด้วย3.ให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก ประกอบด้วย การทำตลาด การสร้างจุดเด่นให้แก่ผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการองค์กร และการปลูกเพาะทักษะพิเศษ
       
       SMEs ยั่งยืนได้ด้วยเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง
       ดร. กวอน จี ลี ย้ำว่าเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง คือช่องทางที่ทรงคุณค่ามากที่จะนำพาให้ SMEs สามารถเข้าร่วมและไต่ระดับสูงขึ้นไปในห่วงโซ่คุณค่าโลก (Global Value Chain) พร้อมกับช่วยสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับบริษัทธุรกิจต่างชาติ ในด้านการวิจัยและพัฒนา ด้านการตลาด และด้านศักยภาพการผลิต ในเวลาเดียวกัน SMEs ก็ต้องใช้ประโยชน์จากอีคอมเมิร์ซ เพื่อสร้างเครือข่ายการผลิตและการขายในระดับนานาชาติ เหล่านี้เป็นมาตรการที่ SMEs ควรอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้เพื่อขยายตัวในยุคหลังวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและขยายความสามารถในการแข่งขันให้แก่ SMEs
       
       ร่วมมือบริหารจัดการวิกฤตการณ์
       ความร่วมมือในการบริหารจัดการวิกฤตการณ์ เป็นเรื่องสำคัญที่ทางไต้หวันเน้นให้เกิดขึ้นโดยเร็วเช่นกัน เครื่องมือที่ไต้หวันใช้ทำงานในเรื่องนี้ คือ ศูนย์บริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับ SMEs ในเอเปค (APEC SME Crisis Management Center) ที่ไต้หวันจัดตั้งขึ้นและจะเปิดดำเนินงานในปี 2553 นี้ เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ SMEs ในการเข้าถึงตลาดโลก เข้าถึงเทคโนโลยี และเข้าถึงแหล่งทุนได้ แม้ในยามที่เกิดวิกฤตต่างๆ
       
       SMEs ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากศูนย์ฯ ใน 6 ด้าน คือ
       1. ติดตามแนวโน้มและสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจผ่านการดำเนินงานของศูนย์ และได้รับข้อมูลการเตือนภัยล่วงหน้า
       2. รับการฝึกอบรมในด้านการรับมือกับปัญหาและวิกฤตเศรษฐกิจโลก
       3. เข้าร่วมสัมมนาและเวิร์กชอป เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาและวิกฤตเศรษฐกิจโลก ตลอดจนหนทางที่จะตอบโต้กับปัญหาและวิกฤตทั้งปวง
       4. รับบริการปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือวิกฤต ตลอดจนการบริหารจัดการวิกฤต
       5. รับข้อมูลคำแนะนำจากผลการศึกษาเรื่องการก่อตัวของวิกฤตและยุทธศาสตร์การโต้ตอบกับปัญหาและความเสี่ยงใหม่ๆ ในระบบเศรษฐกิจโลก
       6. เข้าใช้ประโยชน์จากเว็บไซต์ของศูนย์ฯ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

โพสเมื่อ : 04 ก.พ. 2553
 
www.thaibestpromotion.com © Copyright 2012, All Rights Reserved


1